สนามบินในประเทสไทย !!

ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (ชื่อเดิมคือ ท่าอากาศยานกรุงเทพ) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า สนามบินดอนเมือง ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน


เขตดอนเมืองช่วงกิโลเมตรที่ 24 ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร เป็นจุดศูนย์กลางทางการบินในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศไปยังจุดต่างๆ ของโลกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการบินภายในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน และกันบินภายในประเทศ ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดแวะลงและเชื่อมต่อในการเดินทางของผู้โดยสารตลอดจนพัสดุไปรษณียภัณฑ์ไปยังจุดอื่นๆ ได้อย่างดีณ ปัจจุบัน สนามบินดอนเมืองมีสายการบินส่วน คือการบินในประเทศ กับแถวเอเชียเท่านั้น !!

สนามบินดอนเมือง

 

10 ยานอากาศสุด เจ๋งที่ประวัติศาสตร์ไม่มีวันลืม

   ยานอวกาศนับได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นโดยเทคโนโลยี ซึ่งถึงแม้โครงการจะล้มเหลวไปหลายต่อหลายครั้งแต่ในที่สุดก็สามารถประสบความสำเร็จไปเยือนดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรก และจากจุดนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดอีกหลายโครงการต่าง ๆ


ยานอพอลโล่ (Apollo 11)

 

1.ยานอพอลโล่ (Apollo 11)  อวกาศยานสร้างความตกใจและตะลึงไปทั่วโลก หลังจากได้สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้เป็นรำแรกของโลกสำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1969 ภายใต้การนำของ นีล อาร์มสตรอง และมีลูกเรืออีก 2 คน ระกอบไปด้วย เอ็ดวิน บัซ อัลดริน และไมเคิล คอลลินส์ หลังจากที่ผ่านการทดสอบโคจรรอบโลกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ยานอพอลโล่ 1 ในปี ค.ศ. 1967 จนกระทั่งถึงอพอลโล่ 17 ในปี ค.ศ. 1972 และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ยานอวกาศได้จอดลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ ส่วนต่อจากนั้นต้องยกเลิกภารกิจไปด้วยสาเหตุหลายประการ จนกระทั่งโครงการถูกปิดตัวไปในที่สุด


ยานวอยเอเจอร์ (Voyager)

 

2.ยานวอยเอเจอร์ (Voyager) ในปี ค.ศ. 1977 ได้มีการสร้างยานอากาศไว้ 2 ลำ คือ านอวกาศวอยเอเจอร์ 1 กับยานอวกาศวอยเอเจอร์ 2  เป็นยานอวกาศแฝดโดยลำแรกจากทำงานในเรื่องการสำรวจเรื่องของชั่นบรรกาศ สนามแม่เหล็กดวงจันทร์ และวงแหวนของดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ ส่วนลำที่สองเพิ่มระยะทางการเดินทางเพื่อเก็บข้อมูลของดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูนโดยเฉพาะ ซึ่งนับได้ว่าเป็นยานอวกาศคู่แฝดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดภายใต้ภารกิจการสำรวจดาวเคราะห์ขององค์การนาซาในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1979-1989 เลยก็ว่าได้


 ยานไวกิ้ง (Viking)

 

3. ยานไวกิ้ง (Viking)   อีกหนึ่งความสำเร็จขององค์การนาซาในการสำรวจดาวเคราะห์ที่ต่อเนื่องมาจากโครงการอพอลโล่ ซึ่งครั้งนี้เน้นการสำรวจดาวอังคารโดยเฉพาะ โดยการส่งยานไวกิ้ง 1 ขึ้นไปสำรวจดาวอังคาร เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1975 และยานไวกิ้ง 2 ในปีถัดมา โดยทั้งสองลำทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลเกี่ยวกับดาวอังคารมามากมายผ่านภาพสีที่ถูกถ่ายจากระยะไกล และพื้นผิวในระยะใกล้รวมกว่า 50,000 ภาพที่จัดได้ว่าเป็นความยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีในยุคนั้นเลยทีเดียว อีกทั้งตัวยานที่ออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานเพียง 90 วัน แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ กลับสามารถปฏิบัติภารกิจได้ยาวนานถึง 6 ปีกว่า พร้อมทั้งยังเป็นต้นแบบของการนำยานลงจอดโดยใช้ร่มชูชีพและเกราะป้องกันความร้อนอีกด้วย


 ยานมาร์ส เอ็กซ์พลอเรชั่น โรเวอร์ (Mars Exploration Rover)

 

4.ภารกิจในครั้งนี้เริ่มจากการส่งยาน MER-A และ MER-B หรือที่เรียกกันว่า ยานสปิริต และ ยานออปพอร์ทูนิตี้ ไปยังดาวอังคารเมื่อปี ค.ศ. 2004 ซึ่งอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งหมดนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวยาน แต่กลับติดตั้งเอาไว้ในหุ่นยนต์ “โรเวอร์” และถูกส่งออกไปทำการสำรวจแทน โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อนเพื่อค้นหาร่องรอยของน้ำบนดาวอังคาร แต่หลังจากภารกิจนี้ดำเนินอยู่หลายปี ในปี ค.ศ. 2009 ล้อของหุ่นยนต์โรเวอร์ กลับติดอยู่ในพื้นทรายบนดาวอังคาร จนต้องเปลี่ยนให้เป็นสถานีวิจัยคงที่แทน ก่อนที่จะสูญเสียการติดต่อเมื่อปี ค.ศ. 2010 เนื่องจากอาจเกิดความเสียหาย หรือเรียกว่าโหมดหลับลึก


ยานมาร์ส โกลบอล เซอร์เวเยอร์ (Mars Global Surveyor)

 

5.   เป็นโครงการสำรวจดาวอังคาร ที่ส่งยานออกไปในเดือนพฤศจิกายน ของปี ค.ศ. 1996 เพื่อโคจรรอบดาวอังคาร พร้อมทั้งทำการสำรวจและถ่ายภาพพื้นผิวดาวอังคารอย่างละเอียด เพื่อนำไปทำแผนที่ดาวอังคาร ตรวจชั้นบรรยากาศ และวัดค่าสนามแม่เหล็ก โดยได้เปิดเผยภาพถ่ายอย่างละเอียดของใบหน้าปริศนาบนดาวอังคาร ว่าแท้จริงแล้วไม่ได้มีความลึกลับแต่อย่างใด เพราะเป็นแค่เพียงเนินเขาที่ถูกน้ำและลมกัดเซาะเพียงเท่านั้น โดยยานลำนี้สามารถส่งภาพจากพื้นผิวของดาวอังคารกลับมาได้มากถึง 240,000 ภาพ ดังนั้นจากเดิมที่เคยวางแผนโครงการเอาไว้แค่เพียง 2 ปี ก็ได้ถูกขยายภารกิจออกไปเป็น 4 ปี ควบคู่กับยานมาร์ส พาธ ไฟน์เดอร์


ยานแคสสินี (Cassini-Huygens)

 

6. ยานอวกาศแคสสินี-ฮอยเกนส์ ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศในปี ค.ศ. 1997 ยานลำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากองค์การนาซาเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขายังได้ทำการร่วมมือกับองค์การอวกาศยุโรปและอิตาลีด้วย เพื่อออกสำรวจดาวเสาร์กับบริวารทั้ง 7 โดยเน้นไปที่การสำรวจบนไททัน ดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงโคจร ซึ่งถือได้ว่าเป็นยานลำแรกที่ได้เข้าใกล้กับดาวเสาร์มากที่สุดนับตั้งแต่มีมาเลยก็ว่าได้ อีกทั้งโครงการนี้ยังอยู่ภายใต้การปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องไปจนถึงปี 2017 เลยด้วย


ยานเมอร์คิวรี (Mercury Atlas)

 

7.ยานเมอร์คิวรี (Mercury Atlas) 

สิ่งที่ทำให้ยานอวกาศในโครงการเมอร์คิวรีนี้ เป็นที่จดจำนั้นไม่ใช่แค่การปรับขนาดห้องควบคุมในยานให้บรรจุได้แค่ที่นั่งเดียว แต่จุดประสงค์หลักนั้นแตกต่างออกไปด้วย เนื่องจากเป็นโครงการที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบความสามารถในการดำเนินชีวิตกับการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของคนและสัตว์ในสภาพไร้น้ำหนัก ก่อนที่จะส่งมนุษย์และยานอวกาศขึ้นไปโคจรรอบโลกจริง ๆ พร้อมกับยานเมอร์คิวรี-แอตลาส 6 (MA-6) ซึ่งผู้ที่ประสบความสำเร็จเป็นคนแรกคือ นักบินอวกาศสัญชาติอเมริกัน จอห์น แอช เกลนน์ จูเนีย ที่ออกเดินทางในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1962 โดยสามารถโคจรรอบโลกรวมทั้งหมด 3 รอบใช้เวลา 4 ชั่วโมง 55 นาที

ยานไพโอเนียร์ (Pioneer)

 

8.  ยานไพโอเนียร์ (Pioneer)  โครงการยานอวกาศที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 จนกระทั่งสร้างปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการดาราศาสตร์ ด้วย ยานไพโอเนียร์ 10 และ 11 ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี ค.ศ. 1972 และ ค.ศ. 1973 ตามลำดับ ซึ่งยานไพโอเนียร์ 10 นั้นสามารถถ่ายภาพในระยะใกล้ของดาวพฤหัสบดีกลับมาได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ยานไพโอเนียร์ 11 มีการส่งไปเก็บภาพของดาวเสาร์ ซึ่งทำให้ค้นพบดวงจันทร์ขนาดเล็กอีก 2 ดวงและวงแหวนวงใหม่ของดาวเสาร์ด้วยในเวลาเดียวกัน


 ดาวเทียมสปุตนิก (Sputnik)

 

9.  ดาวเทียมสปุตนิก (Sputnik) ดาวเทียมดวงแรกของโลกภายใต้การดำเนินงานของรัสเซียที่ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศครั้งแรกในปี ค.ศ. 1957 โดยเริ่มจากดาวเทียมสปุตนิก 1 ที่สามารถโคจรรอบโลกได้นานถึง 92 วัน แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 96 วินาที ด้วยรูปร่างทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 58 เซนติเมตร น้ำหนัก 84 กิโลกรัม เพื่อทำการทดสอบการรับส่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ผ่านชั้นบรรยากาศ และภายในปีเดียวกันรัสเซียก็ได้ส่ง ดาวเทียมสปุตนิก 2 ขึ้นไปพร้อมกับสุนัขอวกาศ ไลก้า ซึ่งสามารถโคจรอยู่เหนือพื้นผิวโลกได้สูงถึง 1,671 กิโลเมตร และไกลกว่าดาวเทียมสปุตนิก 1 เกือบสองเท่าตัว เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รัสเซียก้าวไกลกว่าผู้นำอย่างอเมริกาไปหลายขุม


ฮับเบิล (Hubble Space Telescope)

 

10.ฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ถึงแม้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจะไม่ใช่กล้องโทรทรรศน์ตัวแรกของโลก และโครงการนั้นก็มีอุปสรรคในระหว่างดำเนินการมากมาย แต่ในที่สุดองค์การนาซากับองค์การอวกาศยุโรปก็สามารถส่งฮับเบิลขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้เป็นผลสำเร็จในเดือนเมษายนของปี ค.ศ. 1990 และเนื่องด้วยความสามารถอันหลากหลายของกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวนี้ ก็ทำให้การศึกษาข้อมูลในแวดวงของดาราศาตร์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะพวกเขาค้นพบปรากฏการณ์สำคัญใหม่ ๆ มากมายจากภาพถ่ายความละเอียดสูง อาทิ การขยายตัวของเอกภพด้วยความเร่ง วัตถุที่อยู่นอกระบบสุริยะ กลุ่มก๊าซที่จะก่อตัวเป็นดาวเคราะห์ดวงใหม่ใน เนบิวลานายพราน รวมไปถึงดาราจักรที่อยู่ไกลออกไปหลายพันล้านปีแสง เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นกล้องตัวแรกที่สามารถส่งคนขึ้นไปซ่อมบำรุงบนตัวยานได้อีกด้วย ทั้งนี้คาดว่าจะมีการปลดระวางฮับเบิลในปี 2014 และส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ขึ้นไปแทนที่


 

10 ชุดแอร์โฮสเตสที่สวยถูกใจที่สุด

เครื่องแบบของสายการบินอลิตาเลีย (Alitalia) สายการบินประจำชาติอิตาลี ถูกออกแบบขึ้นมาโดย Ettore Bilotta โอต์กูตูร์ดีไซน์เนอร์ชื่อดังของประเทศอลิตาลี พร้อมกับทีมงานเกือบ 1000 คนจากทั่วอิตาลี


ที่มารวมตัวกันเปลี่ยนโฉมชุดแอร์โฮสเตสให้กับทางสายการบิน ซึ่งไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงมายาวนานกว่า 20 ปี โดยชุดดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคทองของแฟชั่นอิตาเลียนในทศวรรษที่ 50 และ 60 อีกด้วย และ สายทางบินของอลิตาลี มีบริการที่ดีเยี่ยมและบริการที่หรู พร้อมทั้งอาหารที่อร่อยและมีคุณภาพ สำหรับชุดแอร์โฮสเตสจะมี ยูนิฟอร์ม 3 แบบ คือ ชุดเดรส แจ็คเก็ต กระโปรงทรงดินสอ และกางเกงทรงสลิมฟิต สีเบอร์กันดีและสีเขียวสง่างาม

สายการบินอลิตาเลีย (Alitalia)


สายการบินวูเอลลิง (Vueling Airlines)

2.สายการบินวูเอลลิง เป็นสายการบินสัญชาติสเปน ซึ่งลูกเรือและเจ้าหน้าที่สายการบิน มีส่วนสำคัญในการร่วมออกแบบชุดยูนิฟอร์มของพวกเขามาถึง 75 % จุดเเด่นของชุดยูนิฟอร์ม จึงมีสีสันสดใส เน้นความเป็นมืออาชีพ ดูเป็นมิตร และมีความสง่างาม ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นชุดเครื่องแบบสวยๆ เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้โดยสาร ทางผู้ออกแบบต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์นานกว่า 1 ปีเลยทีเดียว


3. พอร์เตอร์ แอร์ไลน์ (Porter Airlines)

3. พอร์เตอร์ แอร์ไลน์ สายการบินของประเทศแคนาดา ชุดแอร์โฮสเตส เน้นดีไซน์เรียบหรูมีระดับ ด้วยเสื้อโค้ททรงคลาสสิค ผ้าพันคอสีสันสดใสและมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือหมวกทรง Pill Box ที่ดูทันสมัยเป็นหนึ่งเดียวของโลก และเป็นสายการบินที่บริการดีและ แอร์โฮลเตสที่สวยงามมาก


เวียดนาม แอร์ไลน์ (Vietnam Airlines)

4.เพื่อเป็นการต้อนรับการมาอันยิ่งใหญ่ของเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliner และเครื่องบิน Airbus A350 สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ จึงสร้างสรรค์ชุดเครื่องแบบเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีขึ้น ในเดือนมี.ค. ปี 2015 ที่ผ่านมา โดยเป็นที่รู้จักในชุด “Ao dai” ลักษณะคล้ายชุดประจำชาติเวียดนาม โดดเด่นด้วยสีสันสดใสแต่ก็ยังคงความทันสมัย และเน้นความมีชีวิตชีวา พิมพ์ลายดอกบัว ซึ่งเป็นโลโก้ของสายการบินดอกบัวมาสร้างเป็นลวดลายสวยงามทั่วทั้งชุดอีกด้วยสำหรับนักบินชายจะมาในสุดสูทสีดำสุดเท่ ออกแบบโดย Kubo Design และ Minh Hanh ซึ่งเป็นนักออกแบบสำหรับเครื่องแบบของสายการบินโดยเฉพาะ ถามสายการบินเวียดนามยังเป็นสายที่บินที่อยู่ในเอเชียที่ 1ใน10 อันดับอีกด้วย


ไรอันแอร์ (Ryanair)

 

5.เมื่อเดือน ก.ย. 2015 ไรอันแอร์แอร์ ได้เปิดตัวชุดใหม่ที่ทันสมัย ซึ่งได้รับการเผยแพร่ไปทั่วทุกเที่ยวบินในเดือนธ.ค.ของปีเดียวกัน และแม้จะเป็นสายการบินโลว์คอสต์ของประเทศไอร์แลนด์ แต่ชุดยูนิฟอร์มของสายการบินนี้มีความทันสมัยและโดดเด่นเป็นอย่างมาก ซึ่งออกแบบโดย Emma Collopy สาวชาวไอริส วัย 25 ปี ที่เน้นดีไซน์ผ้าพันคอและเนคไทสีเหลืองทอง ตัดกับสูทสีฟ้าเข้มได้อย่างสง่างาม แถมการบริการที่ดีจนคนทั่วโลกต่างชอบว่าบริการของสายการบินนี้ดีเยี่ยม


 สายการบินเวอร์จิน อเมริกา (Virgin America)

 

6.ชุดยูนิฟอร์มมีดีไซน์แบบโมเดิร์นและทันสมัย ที่แทรกรายละเอียดเกี่ยวกับสายการบินใส่ลงไปในตัวชุดแอร์โฮสเตสด้วย ชุดที่เห็นจึงเน้นความสบาย ช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกเป็นกันเองกับเหล่าลูกเรือ และเกิดความรู้สึกผ่อนคลายขณะเดินทาง


ทอมสันแอร์เวย์ (Thomson Airways)

7.เมื่อสายการบินทอมสันแอร์เวย์ ได้รับเครื่องบิน Boeing 787 ‘Dreamliner’ เป็นครั้งแรกในปี 2013 สายการบินจึงเปิดตัวชุดลูกเรือแบบใหม่ ‘ Incorporatewear’ ที่มาพร้อมกับความทันสมัย และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2013 สำหรับชุดแอร์โอสเตสและสจ๊วต ไม่เพียงแต่จะเน้นดีไซน์ที่ทันสมัย มีสไตล์ของเสื้อสูทสีกรม ตัดกับผ้าพันคอหรือเนคไทลายทาง และหมวกของแอร์โฮสเตสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังเน้นการใส่สบายที่ทำมาจากเนื้อผ้าคุณภาพเยี่ยมอีกด้วย


บางกอกแอร์เวย์ (Bangkok Airways)

 

8.มาที่ชุดยูนิฟอร์มที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยเราบ้าง กับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ซึ่งได้รับการออกแบบโดยแบรนด์ดังอย่าง ASAVA ดีไซเนอร์ผู้ทรงอิทธิพลวงการแฟชั่นไทย คุณหมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ที่มารีโนเวทยูนิฟอร์มให้ทันสมัย ให้สมกับที่เป็นสายการบินบูติค ซึ่งเปิดตัวในเดือนพ.ค. 2555 โดดเด่นด้วยชุดสีฟ้าสดใสอันเป็นสีประจำสายการบินและเป็นตัวแทนของคลื่นสีฟ้าและท้องฟ้า ทำให้ชุดดูมีความสดใส ตัดเย็บด้วยผ้าไหมผสมโพลีเอสเตอร์ ใส่สบาย เน้นความเนี๊ยบดูดี หรูหรา สมาร์ท และดูเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นชุดแบบกางเกง หรือชุดกระโปรง


สายการบินอีเจียน แอร์ไลน์ เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของกรีซ กับชุดแอร์โฮสเตสดีไซน์ใหม่ ออกแบบโดย Sophia Kokosalaki ชุดแอร์โอสเตสเน้นความเรียบง่ายดูดี มีการผสมผสานระหว่างแฟชั่นของกรีซไว้กับทางสายการบิน ชุดที่เห็นจึงมีมีความโก้และสมาร์ท

 

9.สายการบินอีเจียน แอร์ไลน์ เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของกรีซ กับชุดแอร์โฮสเตสดีไซน์ใหม่ ออกแบบโดย Sophia Kokosalaki ชุดแอร์โอสเตสเน้นความเรียบง่ายดูดี มีการผสมผสานระหว่างแฟชั่นของกรีซไว้กับทางสายการบิน ชุดที่เห็นจึงมีมีความโก้และสมาร์ท


สายการบินเคแอลเอ็ม (KLM Royal Dutch Airlines)

 

10.สายการบินแห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ กับชุดแอร์โฮสเตสสีฟ้าสดใส สง่างามและทันสมัยอย่างมาก ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังชาวดัตช์ Mart Visser ชุดแอร์โฮสเตของเคแอลเอ็ม จึงออกมาชิคแต่เนี้ยบ แจ็คเก็ตสีฟ้าสด กระโปรงเทเลอร์ทรงดินสอ กางเกงทรงสลิมฟิต และผ้าพันคอสีสันสดใส ที่เป็นเอกลักษณ์ของสายการบินนั่นเอง


 

สนามบินของรัสเซีย

ท่าอากาศยานนานาชาติโดโมเดโดโว หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “สนามบินโดโมเดโดโว” เป็น 1 ใน 3 สนามบินหลักที่ให้บริการในกรุงมอสโก (Moscow) และมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย


(Russian Federation) โดยมีผู้ใช้บริการหนาแน่นเป็นอันดับ 2 รองจากสนามบินเชเรเมเตียโว โดยมีประวัติการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 ในยุคของสหภาพโซเวียต โดยปัจจุบันสนามบินโดโมเดโดโวเป็นสนามบินเพียงแห่งเดียวของรัสเซียที่บริหารงานโดยภาคเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ

สนามบิน มอสโคว โดโมเดโดโว่
สนามบิน มอสโคว โดโมเดโดโว่

ท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว
ท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว

2.ท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมติเยโว หรือ Sheremetyevo International Airport  เป็นสนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากสนามบินนานชาติมาเดดาว่า อยุ่ห่างจากใจกลางคืนเมืองหลวงเพียง 29 กิดลเมตร และเป็นฐานจองสายการบินรัสเซียชื่อดังอย่างแอโรฟล็อต โดยในปี 2553 สนามบินแห่งนี้รองรับผู้โดยสาร 19.3 ล้านคน แต่ที่จริงสนามบินแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1 สำหรับการบินภายใน ประ เทศ และ เชเรเมติเยโว – 2 สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งตัวเทอร์มินอลทั้งสองส่วนนี้ อยู่กันคนละฝั่งของรันเวย์ และไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางกายภาพกันแต่อย่างใดๆ  แต่พวกมันใช้รันเวย์ชุดเดียวกัน โดยตัวเทอร์มินอลของทั้งสอง อยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร ถ้าเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ ก็ต้องวิ่งกันราว 6 กิโลเมตร


ท่าอากาศยานนานาชาติวนูโกว่า
ท่าอากาศยานนานาชาติวนูโกว่า

3.ท่าอากาศยานนานาชาติวนูโกว่า หรือ Vnukovo International Airport เป็นหนึ่งในสามสนามบินหลักของเมืองหลวงรัสเซีย มันอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 28 กิโลเมตร มีรันเวย์คู่ เป็นสนามบินพลุกพล่านอันดับ 3 ของประเทศ เมื่อปี 2553 มันรองรับผู้โดยสารไป 9.4 ล้านคน สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยเป็นสนามบินทหารมาก่อน เพิ่งจะเปลี่ยนมาเป็นสนามบินพลเรือนในช่วงหลังสงคราม


4.

เครื่องบิน ท่าอากาศยานนานาชาติอัสตาฟเยฟว่า
เครื่องบิน ท่าอากาศยานนานาชาติอัสตาฟเยฟว่า

4.ท่าอากาศยานนานาชาติอัสตาฟเยฟว่า หรือ Ostafyevo International Airport  เป็นสนามบินของบริษัท ก๊าซพรอมมาเวีย ในเครือ ก๊าซพรอม บริษัทของรัฐบาลรัสเซียที่ดูแลและผูกขาดธุรกิจก๊าซธรรมชาติ มันเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 2543 โดยไปสร้างอยู่ในฐานทัพทหาร และโดยหลักให้การบริการกับเครื่องบินของนักธุรกิจ สิ่งที่โดดเด่นของมันก็คือตัวเทอร์มินอล ที่ทำจากกระจกแนวสมัยใหม่


ท่าอากาศยานเมียชโกว่า หรือ Myachkovo Airport
ท่าอากาศยานเมียชโกว่า หรือ Myachkovo Airport

5.ท่าอากาศยานเมียชโกว่า หรือ Myachkovo Airport อยู่ห่างจากใจกลางกรุง 31 กิโลเมตร มีรันเวย์ยาว 1,650 เมตร สามารถให้บริการกับเครื่องบินขนาดใหญ่พอๆกับเครื่องบินลำเลียง อิล – 76 ได้ มันเป็นของบริษัท ”ฟินพรอมโก “ และเป็นสนามบินสำหรับเครื่องบินเล็ก เฮลิคอปเตอร์ และการบินเอกชนที่ใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 19 แห่งในพื้นที่โดยรอบกรุงมอสโก


 

สนามบินของประเทศลาว

ท่านอากาศยานนานาชาติวัตไต เป็นหนึ่งในสี่ท่าอากาศยานนานาชาติของประเทศลาว ตั้งอยู่ที่เมืองศรีโคตรบอง นครหลวงเวียงจันทน์ เป็นท่าอากาศยานหลักของการบินลาว


และลาวเซ็นทรัลแอร์ไลน์ท่าอากาศยานมีอาคาร 2 หลังประกอบด้วย 1.อาคารผู้โดยสารในประเทศ 2. อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยสนามบินวัดไต สามารถจอด เครื่องบินขนาด Boeing 747ขึ้นไป ได้ 25 ลำและยังมีโรงซ่อมเครื่องบิน ขนาด A320 ที่เก็บได้ 2 ลำ ของ สายการบินลาวด้วย เป็นสนามบินที่ได้รับความนิยมจากคนลาวจำนวนมาก เพราะเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศลาว และเป็นสนามบินอันดับ 1 ของประเทศลาวที่มีผู้โดยสารมากที่สุด

ท่านอากาศยานนานาชาติวัตไต
ท่านอากาศยานนานาชาติวัตไต

 


เครื่องบินสนามพระบาง
เครื่องบินสนามพระบาง

2. เครื่องบินสนามพระบาง หรือ ท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง  เป็นสนามบินที่สำคัญและมีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศสาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รองจากสนามบินนานาขาติวัตไตของกรุงเวียงจันทน์ แต่แม้ว่าจะเป็นสนามบินสำคัญของประเทศ ก็ยังนับว่ามีเที่ยวบินน้อยและมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสนามบินอันดับต้นๆ แห่งอื่นในภูมิภาค แต่สนามบินแห่งนี้ก็ใช้รองรับเที่ยวบินต่างประเทศในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีบริการที่ดีและอาหารที่อร่อย และถูก


ท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ
ท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ

3. ท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “สนามบินปากเซ” เป็นสนามบินประจำเมือง เป็นสนามบินขนาดเล็กมีลู่วิ่งเครื่องบิน 1 เส้นทางพบพื้นที่ขนานไปกับแม่น้ำโขง ห่างจากชายแดนไทย ประมาณ 50 กิโลเมตรรองรับผู้โดยสารได้เฉพาะเครื่องบินขนาดเล็ก-กลาง เท่านั้น สนามบินมีอาคารผู้โดยสารให้บริการ 1 อาคาร โดยเป็นอาคารที่มีความสูง 2 ชั้นขนาดไม่ใหญ่มาก ออกแบบตกแต่งอาคารและหลังด้วยศิลปะประจำท้องถิ่นของแบบประเทศลาว แบบเรียบง่ายโดยอาคารหลังนี้ได้รับการปรับปรุงล่าสุดในปี พ.ศ. 2552 และภายในมีระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นและเป็นไปตามมาตรฐานสากล


สนามบินลาว สุวรรณเขต
สนามบินลาว สุวรรณเขต

4. ท่าอากาศยานสะหวันนะเขต หรือ “สนามบินสะหวันนะเขต” หรือออกเสียงว่า “สุวรรณเขต” เป็นสนามบินท้องถิ่นของเมืองสะหวันนะเขต (Savannakhet) ชายแดนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic) ใกล้กับชายแดนจังหวัดมุกดาหารของประเทศไทย โดยมีเที่ยวบินประจำอยู่ 3 เส้นทาง คือ เวียงจันทน์ ปากเซ และกรุงเทพฯ โดยสนามบินแห่งนี้มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ช่วงยุคสงครามเวียดนาม โดยสหรัฐอเมริกาเคยใช้เป็นฐานการบินของเครื่องบิน C-130 มาก่อน


 

10 อันดับเครื่องบินรบที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก

เฉิงตู เจ-10 (Chengdu J-10) / ประเทศจีน  


เป็นเครื่องบินรบหลากหลายบทบาท สร้างและพัฒนาโดยโรงงานสร้างอากาศยานเฉิงตูแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนแม้จะเป็นเครื่องบินจากจีน แต่มีสมรรถนะใกล้เคียงกับเครื่องบินรบจากทางตะวันตกอยู่มาก นอกจากนี้มันยังถูก สั่งซื้อจากหลายประเทศเพื่อรอเข้าประจำการในกองทัพ แทนเครื่องบินรบรุ่น มิโคยัน มิก-29 ที่ถูกใช้งานมาหลายสิบปี (MiG-29)

เครื่องบิน เฉิงตู เจ-10 (Chengdu J-10)
เครื่องบิน เฉิงตู เจ-10 (Chengdu J-10)

อันดับที่ 9 ยาส 39 กริพเพน (JAS 39 Gripen) / ประเทศสวีเดน    เป็นเครื่องบินขับไล่หลากบทบาทน้ำหนักเบามาก ทำให้บินได้รวดเร็วการแต่การขับรถจะยากเพราะว่าตัวเครื่องที่บินเมื่ออยุ่บนอากาศ ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท SAAB ของประเทศสวีเดน มันถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานที่ดี ความยืดหยุ่น ความมีประสิทธิภาพ และความอยุ่รอดในการต่อสู้ทางอากาศ  คำว่า JAS ย่อมาจาก Jakt (อากาศสู่อากาศ) Attack (อากาศสู่พื้น) และ Spaning (การลาดตระเวน) แสดงให้เห็นว่ามันเป็นเครื่องบินรบหลากบทบาทซึ่งสามารถทำภารกิจที่แตกต่างกันไปได้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบัน JAS 39 Gripen อยู่ในประจำการของกองทัพอากาศสวีเดน กองทัพอากาศเช็ก กองทัพอากาศฮังการี กองทัพอากาศแอฟริกาใต้ กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร และกองทัพอากาศไทย

เครื่องบืน ยาส 39 กริพเพน (JAS 39 Gripen)
เครื่องบิน ยาส 39 กริพเพน (JAS 39 Gripen)

อันดับที่ 8 เอฟ-16 ไฟท์ติ้งฟอลคอน (F-16 Fighting Falcon) / สหรัฐอเมริกา    เป็นเครื่องบินขับไล่หลากหลายบทบาทชื่อดังกระฉ่อนโลก ด้วยอานุภาพและสมรรถนะรอบด้านของมัน ทำให้มันถูกสั่งซื้อเข้าไปประจำการในก้องทัพอากาศของ 26 ประเทศ รวมถึงปนะเทศด้วย เอฟ-16 เป็นโครงการเครื่องบินขับไล่พลังไอพ่นที่ใหญ่ที่สุดของฝั่งตะวันตกพร้อมด้วยการผลิตกว่า 4,500 ลำ มันมีขนาดเล็ก เบา แต่มีพิษสงร้ายแรง ด้วยอาวุธที่มีทั้งปืนใหญ่เอ็ม 61 วัลแคนและขีปนาวุธรวม 11 ตำบล

เครื่องบิน เอฟ-16 ไฟท์ติ้งฟอลคอน (F-16 Fighting Falcon)
เครื่องบิน เอฟ-16 ไฟท์ติ้งฟอลคอน (F-16 Fighting Falcon)

 


อันดับที่ 7 มิโคยัน มิก-31 (Mikoyan MiG-31) / ประเทศรัสเซีย   มิโคยัน มิก-31 หรือชื่อรหัสที่กลุ่มนาโตเรียกว่า ฟ็อกซ์ฮาวนด์ เป็นเครื่องบินสกัดกั้นความเร็วเหนือเสียง สัญชาติรัสเซีย เข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย และกองทัพอากาศคาซัคสถาน มันสามารถทำความเร็วและระดับการบินได้สูงพอ ๆ กับความสามารถในการไต่ระดับ

เครื่องบิน มิโคยัน มิก-31 (Mikoyan MiG-31)
เครื่องบิน มิโคยัน มิก-31 (Mikoyan MiG-31)

อันดับที่ 6 เอฟ-15 อีเกิล (F-15 Eagle) / สหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่สองเครื่องยนต์ทางการรบทุกสภาพอากาศที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ครองความได้เปรียบทางอากาศแล้วการรบบนอากาศได้ดีเยี่ยม มีบทบาทมากในช่วงสงครามเย็น ซึ่งมันสามารถทำสถิติสังหารเครื่องบินกลางอากาศได้มากกว่า 100 ครั่ง ปัจจุบันมันยังคงประจำการอยู่ในกองทัพอากาศสหรัฐฯ กองทัพอากาศอิสราเอล กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย และกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น

เครื่องบิน เอฟ-15 อีเกิล (F-15 Eagle)
เครื่องบิน เอฟ-15 อีเกิล (F-15 Eagle)

อันดับที่ 5 ซุคฮอย ซู-35 (Sukhoi Su-35) / ประเทศรัสเซีย   เครื่องบินแบบหลากบทบาทของสัญชาติรัสเซีย มีชื่อรหัสที่กลุ่มนาโตเรียกว่า แฟลงเกอร์ อี ผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นรุ่นปรับปรุงแพลพัฒนาต่อยอดจาก ซุคฮอย ซุ-27และได้ส่งออกไปยังกองทัพอากาศของประเทศต่างๆ เพื่อใช่ปกป้องกันประเทศและเพื่อประจำการแทนเครื่องบินรบรุ่นเก่าอย่าง ซู-27 และมิโคยัน มิก-29 ด้านกองทัพอากาศรัสเซียก็ได้รับมันเข้าประจำการในปี 2555

เครื่องบิน ซุคฮอย ซู-35 (Sukhoi Su-35)
เครื่องบิน ซุคฮอย ซู-35 (Sukhoi Su-35)

4อันดับที่ 4 ดัซโซลท์ ราฟาล (Dassault Rafale) / ประเทศฝรั่งเศส  เครื่องบินรบหลากบทบาท มีเครื่องยนต์เจ็ท 2 เครื่องยนต์ ทำการรบได้หลายแบบ ทั้งภารกิจระยะสั้นและระยะไกล ปฏิบัติการได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ผลิตโดยประเทศฝรั่งเศสเอง หลังจากที่ประเทศฝรั่งเศสขอถอนตัวจากโครงการยูโรไฟเตอร์ มันได้เข้าประจำการทั้งในกองทัพอากาศและกองทัพเรือ เพราะมันสามารถขึ้น-ลงจอดบนเรือบรรทุกอากาศยานได้

เครื่องบิน ดัซโซลท์ ราฟาล (Dassault Rafale)
เครื่องบิน ดัซโซลท์ ราฟาล (Dassault Rafale)

อันดับที่ 3 ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน (Eurofighter Typhoon) / กลุ่มสหภาพยุโรป  ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2526 กองทัพอากาศของฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และอังกฤษ ได้ประกาศโครงการร่วมกัน ที่จะพัฒนาเครื่องบินรบสำหรับศตวรรษหน้า แต่ด้วยปัญหาหลายประการทำให้ฝรั่งเศสขอถอนตัวออกจากโครงการและหันไปพัฒนาเครื่องบินรบเองผู้ผลิตอ้างว่า เครื่องยูโรไฟเตอร์ลำนี้ มีประสิทธิภาพพอ ๆ กับเครื่องเอฟ-22 ของสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้วก็พบว่า ขีดจำกัดความสามารถของมันน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับเครื่องเอฟ-15 ของสหรัฐฯ ราฟาลของฝรั่งเศส และซู-27 ของรัสเซียปัจจุบัน ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน ประจำการอยู่ในกองทัพอากาศประเทศออสเตรีย เยอรมนี อิตาลี ซาอุดีอาระเบีย สเปน สหราชอาณาจักร และโอมาน

เครื่องบิน ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน (Eurofighter Typhoon)
เครื่องบิน ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน (Eurofighter Typhoon)

 


อันดับที่ 2  เอฟ/เอ-18อี/เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ท (F/A-18E/F Super Hornet) / สหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีหลากบทบาทชนิดที่ใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน สามารถโจมตีเป้าหมายได้ทั้งบนอากาศและผืนน้ำ มันมาพร้อมอาวุธจำนวนมาก ทั้งขีปนาวุธหลายตำบล ปืนแกทลิ่งเอ็ม 61 วัลแคนขนาด 20 มิลลิเมตร พร้อมกระสุน 578 นัด และยังพกระเบิดมาอีกเป็นกำลังปัจจุบันมันเป็นเครื่องบินรบหัวหอกของกองทัพอากาศออสเตรเลีย ที่ได้สั่งซื้อไปมากถึง 24 ลำ และยังประจำการอยู่ในกองทัพเรือสหรัฐฯ อีกด้วย

เครื่องบิน เอฟ/เอ-18อี/เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ท (F/A-18E/F Super Hornet)
เครื่องบิน เอฟ/เอ-18อี/เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ท (F/A-18E/F Super Hornet)

อันดับที่ 1 เอฟ-22 แร็พเตอร์ (F-22 Raptor) / สหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องบินเจ็ทขับไล่ที่มีแผนจะนำมาใช้ปฏิบัติการครองอากาศทดแทนเครื่องบินเอฟ-15 มันเป็นสุดยอดเครื่องบินรบที่พรางตัวได้ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ด้วยระบบมากมายที่ใช้ป้องกันทั้งภาพ อินฟราเรด เสียง และคลื่นความถี่วิทยุ นอกจากนี้ยังถูกออกแบบให้ปลอมการส่งอินฟราเรดของมันเมื่อทำให้ขีปนาวุธติดตามความร้อนทั้งแบบอากาศสู่อากาศและพื้นสู่อากาศตรวจจับมันได้ยากด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนแบบแพรทท์แอนด์วิทนีย์ เอฟ119-พีดับลิว-100 สองเครื่องยนต์ ให้แรงขับเครื่องละ 35,000 ปอนด์ ทำให้มันสามารถปฏิบัติภารกิจได้ไกลถึง 2,960 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 2.25 มัค (2,410 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่ความสูงทั่วไป ปัจจุบัน เครื่องเอฟ-22 ประจำการให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ เท่านั้น มันไม่เคยถูกเสนอขายหรือส่งออกไปให้กองทัพอากาศของประเทศอื่นเลย แม้แต่ประเทศพันธมิตรจากกลุ่มนาโตก็ตาม

เครื่องบิน เอฟ-22 แร็พเตอร์ (F-22 Raptor)
เครืองบิน เอฟ-22 แร็พเตอร์ (F-22 Raptor)

 

10 สุดยอดเครื่องบินราคาแพงที่สุดในโลก

 Boeing 747-8 VIP – $153 million ของจัมโบเจ็ตลำยักษ์ Boeing 747-8  มีการออกแบบพิเศษเฉพาะด้วยเทคโนโลยีล่าสุดทั้งหมด คุณลักษณะบางอย่างของตัวเครื่องโดยเฉพาะงานตกแต่งห้องโดยสารที่หรูหรา รวมถึงเพดานโค้ง จอ LCD บนฝาผนัง บันไดวนขึ้นชั้นสองแบบเกลียว ปกติ เครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างรุ่น 747-8


เครื่องบินลำนี้สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ถึง 467 และยังมีอาหารที่หรูหราราคาแพงและอร่อยมากและยังมีบริการอื่นๆเช่น ดูหนัง เล่นเกม ครื่องยนต์เทอร์โบแฟนรุ่นใหม่ General Electric GEnx-2B67B จำนวน 4 เครื่อง ให้อัตราความประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์รุ่นเก่า โดยให้แรงขับดัน 295.8 kN หรือ 66,498 lbf ความเร็วสูงสุด 0.9 มัค หรือ 570 ไมล์ต่อชั่วโมง พิสัยบิน (บินไกล) 8,130 – 14,816 กิโลเมตร เพดานบินปกติ 43,100 ฟุต ราคาก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย แค่ 153 ล้านเหรียญเท่านั้นเอง

Boeing 747-8 VIP
Boeing 747-8 VIP

Boeing 747-8 VIP


2.Boeing 747-400 Custom – $220 million  รุ่นปรับแต่งพิเศษถูกตกแต่งด้วยการออกแบบให้มีห้องนอนที่หรูหราถึง 2 ห้อง ห้องรับประทานอาหารพร้อมโต๊ะอาหารสำหรับ 14 คน และยังมีสำหรับทำงานต่างๆหรือห้องบัญชาการ ส่วนมากจะมีนักธุระกิจมาประชุมบนเครื่องและซื่อขายตลาดหุ้นด้วยอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยและยังมีห้องอาหารที่หรูหราและมีบริการอื่นๆอีกด้วย เช่น ห้องนวด LCD จอยักษ์ Boeing รุ่น 747-400 ติดตั้งเครื่องยนต์ Turbofan Engine ของ Pratt & Whitney รุ่น PW4062A จำนวน 4 เครื่องยนต์ มีแรงขับดัน 275,8 kN หรือ  62,000 lbf ความเร็วเดินทาง 982 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 13,449 กิโลเมตร เพดานบินสูงสุด 45,100 ฟุต เจ้าจัมโบ้จอมหรูรุ่นนี้มีค่าตัว 220 ล้านเหรียญ เหมาะกับเศรษฐีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเวลาเดินทาง

Boeing 747-400 Custom
Boeing 747-400 Custom

Boeing 747-400 Custom


3. E-2D Advanced Hawkeye – $232 million สหรัฐอเมริกามักสร้างอาวุธยุทธโธปกรณ์เอาไว้ข่มขู่ศัตรูอยู่เสมอๆ นี่คืออากาศยานสอดแนมและตรวจการที่มีราคาค่าตัวไม่ธรรมดาและมีใช้ในกองทัพเรืออเมริกันสำหรับการบินลาดตระเวนตรวจตราสอดส่องน่านน้ำ เป็นเครื่องบินทะเลที่มีความสามารถในการบินทางยุทธวิธีได้ทุกสภาพอากาศพร้อมกับเทคโนโลยีชั่นสูง ที่สามารถสอดส่องที่ต่างๆได้ และสามารถเฝ้าระวังการสอดแนมของศัตรูได้ เครื่องยนต์เทอร์โบพร๊อบ Allison หรือเครื่องยนต์ของ Rolls-Royce รุ่น T56-A-427 (E-2C), T56-A-427A (E-2D) แบบ turboprop กำลัง 5,100 shp หรือ 3,800 kW จำนวน 2 เครื่องยนต์ ความเร็วสูงสุด 648 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 2,708 กิโลเมตร เพดานบิน 34,700 ฟุต

้เครื่องบิน E-2D Advanced Hawkeye
เครื่องบิน E-2D Advanced Hawkeye

เครื่องบิน E-2D Advanced Hawkeye


4.Boeing 747-430 Custom – $233 million  เครื่องบิน boeing 747-430 เดิมๆมีราคาประมาณ 100 ล้านเหรียญ แต่เจ้าของใช้เงินกว่า 130 ร้านเพื่อตกแต่งภายในให้หรูหราและสวยงามรวมถึงรายละเอียดต่างๆด้วยทองคำทั่งห้องโดยสาร !! ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้อนนอน ห้องอาหาร และน้องน้ำตก ทุกห้องในเครื่องบินนี้ตกแต่งด้วยทองคำและแก้วคริสตัลแม้แต่อ่างล่างหน้าก็ยังทำด้วยทองคำขาว แสดงถึงความร่ำรวย และยังมีการเสริฟอาหารที่หรูหราพร้อมด้วยบริการอื่นๆอีก747-430 รุ่นพิเศษ เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน General Electric รุ่น CF6-80C2B1F จำนวน 4 เครื่องยนต์ กำลังแรงขับดัน 254.3 kN หรือ 57,160 lbf ความเร็วเดินทาง 982 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบิน 45,100 ฟุต พิสัยบิน 13,449 กิโลเมตร น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 184,567 กิโลกรัม

เครื่องบิน Boeing 747-430 Custom
Boeing 747-430 Custom
เครื่องบิน Boeing 747-430 Custom
เครื่องบืน Boeing 747-430 Custom

5.Boeing P-8A Poseidon – $290 million เครื่องบินตรวจการณ์และโจมตีเรือดำน้ำของทัพเรือมะกันล้ำนี้มีดีที่ประสิทธิภาพและราคาเจ้าแห่งทะเลP-8A Poseidon ลำนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับใช้งานในกองทัพเรือสหรัฐฯ P-8A ทำให้ P-8A Poseidon เป็นหนึ่งในเครื่องบินที่ดีที่สุดสำหรับใช้ในการการป้องชายฝั่งและการรบทางทะเล อุปกรณ์อาวุธเพียบ เช่น ตอร์ปิโด  ขีปนาวุธทำลายเรือผิวน้ำระยะไกลขีปนาวุธต่อต้านเรือเร็วโจมตีและอื่นๆ อีกเพียบ ครื่องยนต์เทอร์โบแฟน CFM56-7B สองตัว กำลังตัวละ 120 กิโลนิวตัน ความเร็วสูงสุด 907 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วเดินทางปกติ 440 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบินปฏิบัติการไกล 2,220 กิโลเมตร พิสัยบินเดินทางปกติ 8,300 กิโลเมตร เพดานบิน 12,496 เมตร (41,000 ฟุต) ราคา 290 ล้านเหรียญ นอกจาก ทร.สหรัฐฯ แล้ว ทร.ออสเตรเลีย และอินเดีย ยังเป็นลูกค้ารายสำคัญที่สั่งซื้อเครื่องรุ่นนี้ไปใช้งานอีกด้วย

เครื่องบิน Boeing P-8A Poseidon
เครื่องบิน Boeing P-8A Poseidon

เครื่องบืน Boeing P-8A Poseidon


5. C-17A Globemaster III – $328 million เครื่องบินขนส่งลำใหญ่ยักษ์รุ่นนี้ บริษัท Boeing พัฒนาขึ้นสำหรับกองทัพอากาศรัฐอเมริกาและเป็นเครื่องบินขนส่งทางทหารที่ใหญ่ที่สุดแบบหนึ่งของกองทัพบนท้องฟ้า C-17A ให้สำหรับภารกิจยุทธศาสตร์และยุทธวิธีโดยใช้การขนส่งกองกำลังทหาร และ ยุทธโธกรณ์ การอยพยพทางการแพทย์ เครื่องยนต์ Pratt & Whitney F117-PW-100 turbofans จำนวน 4 เครื่องยนต์ สร้างแรงขับดัน 44,400 pounds หรือ 180kN ความเร็วเดินทาง 540 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 869 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (Mach 0.73) ความเร็วสูงสุด 570 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 917 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (Mach 0.77) พิสัยบิน 8,704 กิโลเมตร เพดานบินปกติ 45,000 ฟุต (13,716 เมตร) น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 265,352 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 169,000 ปอนด์ หรือ 76,657 กิโลกรัม ราคา 328 ล้านเหรียญ

เครื่องบิน C-17A Globemaster III
เครื่องบิน C-17A Globemaster III

เครื่องบิน


6. Lockheed Martin F-22 Raptor – $350 million F-22 Raptor ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเครื่องบินรบที่ดีที่สุดในโลกและมีราคาที่แพงที่สุด เป็นนักสู่ทางอากาศที่ชอบการอำพรางตัว เป็นเครื่องบินขับไล่สกัด

เครื่องบิน Lockheed Martin F-22 Raptor
เครื่องบิน Lockheed Martin F-22 Raptor

เครื่องบิน Lockheed Martin F-22 Raptor


7. Airbus A340-300 Custom – $350-$500 million   อากาศยานโดยสารแบบ 4 เครื่องยนต์ A340-300 Custom จากบริษัท Airbus บินเร็วมากแต่ก็กินน้ำมันมากจนไม่มีคนกล้านำมาใช้ประจำการปัจจุบันนั้นเครื่องบินรุ่นนี้ถูกปลดออกจากสายการบินทั่วโลกไปนานแล้วจากสาเหตุของการมีเครื่องยนต์มากถึง 4 เครื่องแถมยังสูบกินเชื้อเพลิงมากสุดๆจนทำให้ขาดทุนย่อยยับ แต่บริการของสายการบินเป็นที่ได้การยอมรับว่ายอดเยี่ยมและมีความหรูหรา  Airbus A340-300 Custom รุ่นพิเศษกลายเป็นเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย เครื่องบินลำนี้มีราคา 238 ล้านเหรียญ แต่หลังจากการปรับปรุงหรูหราแล้วจะมีมูลค่าประมาณ 350 ถึง 500 ล้านเหรียญโดยคำนึงถึงการตกแต่งภายในและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาติดตั้งทั้งระบบสื่อสารและนำร่อง เครื่องบินโดยสารรุ่นนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 375 คน บินไกล 9,000 ไมล์ ได้อย่างสบายๆ เจ้า 340-300 ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนจำนวน 4 เครื่อง เป็นเครื่องยนต์ CFM Intl. CFM56-5C4/1 มีแรงขับดัน 151.2 kN หรือ 34000 lbf ความเร็วเดินทางปกติ 915 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 13,669 กิโลเมตร

 

เครื่องบิน Airbus A340-300 Custom
เครีองบิน Airbus A340-300 Custom

เครื่องบิน Airbus A340-300 Custom


8.Airbus A380 Custom – $500 million เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อกลายเป็นเครื่องบินส่วนตัวที่แพงที่สุดในโลกทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านเหรียญ A380 รุ่นพิเศษนั่นมีทุกสิ่งอย่างเป็นพิเศษแล้วบริการที่หรูหลาทุกอย่างพร้อมรับแขก VIP มหาเศษฐีหรือเจ้าชายเชื่อพระวงศ์อาหรับที่มีเงินมากจนไม่รุ้จะไปเก็บไว้ที่ไหน นอกจากนี้ยังมีห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องน้ำและห้องนอนแล้ว เจ้าเครื่องนี้รุ่นพิเศษลำนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า พื่นที่เพื่อนสุขภาพ ไว้สำหรับการออกกำลังกาย และยังมีสปาหรือแม้แต่การเล่นโยคะ เครื่องยนต์ของยักษ์ใหญ่ลำนี้ ใช้เครื่องเทอร์โบแฟน Alliance GP7270 หรือ Rolls-Royce Trent 1000 รุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิง ปล่อยมลพิษน้อยลงและบินได้ไกลมากยิ่งขึ้น แรงขับดัน 311.4 kN 70,000 lbf ต่อเครื่องยนต์ ความเร็วเดินทาง 945 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 15,199 กิโลเมตร เพดานบินปกติ 13,106 เมตร น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 569,000  กิโลกรัม

เครื่องบิน Airbus A380 Custom
เครื่องบิน Airbus A380 Custom

เครืองบิน Airbus A380 Custom


 

สนามบินประเทศเกาหลี

ท่าอากาศยานนานาชาติ ชองจู ตั้งอยู่บนเกาะเชจู เป็นท่าอากาศยานที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเกาหลีใต้


รองจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2511 เป็นสนามบินที่มีความสำคัญ และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้สนามบิน และมีความสะดวกสบายในการคมนาคมและบริการเช่ารถและตู่ ATM จำนวนมาก

และยังมีบริการแลกเปลี่ยนเงินตังอีกด้วย และบริการทั้งการบินภายในประเทศ และนอกประเทศ

ท่าอากาศยานนานาชาติ ชองจู
ท่าอากาศยานนานาชาติ ชองจู

สนามบินแทกู
สนามบินแทกู

2. สนามบินแทกู  เป็นพื้นที่นครบาลที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของเกาหลี เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศ และด้วยจำนวนประชากรกว่าสองล้านห้าแสนคน แทกกูยังเป็นศูนย์กลางแห่งการทอผ้าอีกของประเทศเกาหลีอีกด้วย และเป็นเมืองที่มีการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2002 และยังเป็นศูนย์รวมการค้าขาย

สมุนไพรนานชนิดและยังมีสถานพยาบาลเกี่ยวกับแผนโบราณตะออกกว่า 300 กว่าแห่งเมืองแทกูมีหอคอยที่มีความสูงชื่อ วูบัง ตั้งตระหง่านอยู่ ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี ตลอดจนมีภูเขาพัลกงซาน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวเมือง


สนามบินกิมแฮ
สนามบินกิมแฮ

3. สนามบินกิมแฮ เป็นเทืองที่มีท่าทีใหญ่ที่สุดในประเทสเกาหลีใต้  มีประชากรประมาณ 3.65 ล้านคน และปูซานยังคงเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศรองจาก โซล บริเวณที่แออัดของปูซานตั้งอยู่บริเวณหุบเขาแคบระหว่างแม่น้ำ นักดง และ แม่น้ำซูหยอง เป็นสนามบินที่มีความสวยงานและมีประชากรจำนวนมากที่มีใช้งานและมีการบริาการที่ทนสมัยละไฮเทค มีบริการรถเช่า รถประจำทางในการเดินทางไปยังเมืองต่างๆมีสถานที่ให้เงินตราอีกด้วย รวมถึงบรรยากาศในประเทศเกาหลี่ทำให้สนามบินกิมแฮเป็นที่นิยมของผู้โดยสารจากนานๆประเทศ


สนามบินเปียงยาง
สนามบินเปียงยาง

4.สนามบินเปียงยาง ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้เริ่มสั่งก่อสร้างสนามบินใหม่ในเดือน ก.ค. 2012 ท่าอากาศยานเปียงยางในเมืองเปียงยางประเทศเกาหลีเหนือ อันได้แก่ แผนที่ที่ตั้งสนามบิน พิกัดที่ตั้งสนามบิน รหัสสนามบิน รายละเอียดข้อมูลติดต่อ สนามบินใกล้เคียง พยากรณ์อากาศของเมืองที่สนามบินตั้งอยู่ ตลอดจนรายชื่อสายการบินทั้งหมดที่มีเที่ยวบินไปและมาจากสนามบินเปียงยางนี้  และเป็นสนามบินที่ชาวเกาหลีเหนือนิยมใช้งานเป็นจำนวนมาก และยังมีรถไฟความเร็วสูงและทางดวนเชื่อถนนมอเตอร์เวย์


สนามบินอินชอน
สนามบินอินชอน

5.สนามบินอินชอน ตั้งอยู่ที่เกาะยางจอง เมืองอินช็อน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของโซล โดยรองรับการเป็นท่าอากาศยานหลักของเกาหลีใต้ และสายการบินแห่งชาติอย่างโคเรียนแอร์ รวมทั้งเอเชียน่าแอร์ไลน์ และคาร์โก360 แทนที่ท่าอากาศยานกิมโป (เดิมคือท่าอากาศยานนานาชาติกิโป) นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 เป็นต้นมา อินช็อนยังได้รับการยอมรับจากสกายแทร็ก ว่าเป็นท่าอากาศยานระดับ 5 ดาว ร่วมกันกับชางงีของสิงคโปร์ และฮ่องกงของจีน ใน พ.ศ. 2552 ท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อนได้รับการลงคะแนนให้เป็นท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลก


หน้าแรก

10 สุดยอดเครื่องบินราคาแพงที่สุดในโลก

สนามบินประเทศญี่ปุ่น

สนามบินนานาชาติคันไซ เป็นสนามบินที่ลอยน้ำบนเกาะที่มนุษย์สร้างเองทั่งหมดแห่งแรกของโลกซึ่งสร้างบนเกาะนอกฝั่งทะเล senhu


อ่าวโอซาก้าได้เปิดใช้งานในเดือนกันยายน 1994ที่นี่เป็นสนามบินมาตรฐานระดับโลกที่มีลานบินยาวระดับ 4,000 เมตร สามารถใช้งานได้ 24 ชม. เชื่อมต่อ 23 ประเทศ 82 เมือง มีเที่ยวบินให้บริการระหว่างประเทศราว 194.6 เที่ยวต่อวัน และที่สนามบินนี่สะดวกเป็นอย่างมากในการคมนาคมทางบก ด้วยทางเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟในชั้นที่ 2 และมีรถบัสสำหรับผู้โดยสารทำให้เกิดความสะดวกสบาย และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และ ร้านค้าปลอดภาษี

สนามบินนานาชาติคันไซ
สนามบินนานาชาติคันไซ

สนามบินนาริตะ
สนามบินนาริตะ

2.สนามบินนาริตะ ป็นสนามบินนานาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการโดย บริษัทท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ ซึ่งแปรสภาพมาจาก องค์การบริหารงานท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวแห่งใหม่ เป็นสนามบินหลักที่ให้บริกาศผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เดินทางเข้าและเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นมีปลายทางไปหลายประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา เป็นสนามบินที่รองรับผู้โดยสารได้เป็นจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ของประเทสญี่ปุ่นรองจาก(สนามบินฮะเนะดะ) ซึ่งเป็นสนามบินที่รองรับการขนส่งทางอากาศเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศญี่ปุ่นและอันดับ 3 ของโลก


สนามบินฮะเนะดะ
สนามบินฮะเนะดะ

3. สนามบินฮะเนะดะ  หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว เป็นสนามบินที่ถูกก่อตั่งเมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่ ราวๆปี1930 และถูกใช้เป็นสนามบินหลักของโตเกียวมาตลอด จนกระทั่งปี 1978 ที่มีการเปิดท่าอากาศยานานาชาติโตเกียวแห่งใหม่ (นาริตะ) ทำให้สนามบินฮะเนะดะถูกใช้เป็นสนามบินหลักของเที่ยวบินภายในประเทศของญี่ปุ่น และได้ขยายมาใช้กับเที่ยวบินระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแบ่งเบาปริมาณผู้โดยสารจากสนามบินนาริตะ และเป็นสนามบินใหญ่ที่เอาไว้รองรับเที่ยวบินของสารการบินพาณิชย์มากถึง 2 สนามบิน จากสถิติปี 2013 ระบุว่า โตเกียวเป็นเมืองที่มีปริมาณผู้โดยสารของสนามบินมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากลอนดอน และ นิวยอร์กเลยทีเดียว


 

สนามบินโอกินาว่า
สนามบินโอกินาว่า

4.สนามบินโอกินาว่า ท่าอากาศยานนาฮะ หรือ “สนามบินนาฮะ” (หรือบ้างสะกดว่านะฮะ) และรู้จักกันทั่วไปว่า “สนามบินโอกินาว่า” หรือ “สนามบินโอกินาว่า”เป็นสนามบินหลักของเมืองนาฮะ ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยุ่ใต้สุดของประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่บนหมู่เกาะกลางทะเลระหว่างแผ่นดินญี่ปุ่นและประเทศไต้หวันสนามบินโอกินาว่าประกอบด้วยอาคารผู้โดยสาร 2 หลัง ดังนี้ อาคารผู้โดยสารในประเทศ เป็นอาคารผู้โดยสารที่ใหญ่ที่สุดของสนามบิน


สนามบินฟุกุโอกะ
สนามบินฟุกุโอกะ

5.สนามบินฟุกุโอกะ  เป็นสนามบินนานาชาติหลักของเกาะคิวชู (Kyushu) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น มีความหนาแน่นของผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นสนามบินแบบลู่วิ่งเครื่องบินเดียวที่มีความหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย  สนามบินฟุกุโอกะรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคนต่อปี (รวมทั้ง 2 อาคารผู้โดยสาร) มีความสะดวกสบาย ในการคมนาคมการบก

และ มีบิรการรถโดยาร และรถแท็กซี่ และยังมีตู้ ATM กับ ตู้แลกเงินตรา ที่สำคัญ มีอาหารที่อร่อยละราคาประหยัด


หน้าแรก

สนามบินประเทศเกาหลี

สนามบินของประเทศสหรัฐอเมริกา

สนามบิน Charlotte Douglas International Airport เป็นท่าอากาศยานนานาชาติพานิชย์ ตั้งอยู่ ณ เมืองชาร์ล็อตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา


ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2478 เป็นสนามบินท้องถิ่นของเมือง พ.ศ. 2497 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นท่าอากาศยานชาร์ล็อตต์/ดักลาส ตามชื่อของอดีตนายกเทศมนตรีเมืองชาร์ลอตต์ เบน เอลเบิร์ต ดักลาส และเปลี่ยนชื่อดังเช่นในปัจจุบันใน พ.ศ. 2525 ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของสารการบิน UL airway มีเที่ยวมีทั้งภายในประเทษละต่างประเทศมากกว่า 135 แห่ง เป็น 1ใน30 อันดับแรกที่มีความหนาแน่นสูงสุดของผู้โดยสารของโลกอีกด้วย และเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นเป็นอันดับ 9 ของสหัฐอเมริกา เป็นที่ 24 ของโลก

สนามบิน Charlotte Douglas International Airport
สนามบิน Charlotte Douglas International Airport

สนามบิน Indianapolis Airport
สนามบิน Indianapolis Airport

2.สนามบิน  Indianapolis Airport  อยู่ในเมืองอินเดียแนโพลิสประเทศสหรัฐอเมริกา สนามบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐอินเดียน่าและตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปทางตะวันตก 11.2 กิโลเมตร มีสายการบินพาณิชย์ประมาณ 10 รายที่ให้บริการที่สนามบินแห่งนี้ ซึ่งรองรับผู้โดยสารประมาณ 7.4 ล้าน มีจุดหมายปลายทางไปทั่วๆประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงที่อื่นๆ เช่น แคนาดา เม็กซิโก  เป็นสนามบินที่มีความสวยมากในเวลาการคืนและเป็นสนามบินที่มีผู้โดยใช้งานเป็นจำนวนมาก ทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยงต่างประเทศ


สนามบิน Tampa International Airport
สนามบิน Tampa International Airport

3. สนามบิน Tampa International Airport ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองไปหกไมล์ ให้บริการแก่อ่าวกลางของฟลอริด้าบนชายฝั่งเม็กซิโก สนามบินเป็นศูนย์กลางสำหรับซิลเวอร์แอร์เวย์ สายการบินอื่น ๆ เป็นหนึ่งในสองสนามบินของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ไปยังประเทศคิวบาและสิ่งอำนวยจำนวนมาก เช่น ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ตู้ ATM การแลกเปลี่ยนเงินตรา และบริการอื่นๆ


สนามบิน Portland International Airport
สนามบิน Portland International Airport

4. สนามบิน  Portland International Airport  เป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของรัฐออริกอน (Oregon) ประเทศสหรัฐอเมริกา และรับผู้โดยสารมากกว่า 90 % ที่เดินทางเข้าออกจากรัฐนี่ และเป็นสนามบินหลักของเมือง

Portland ติดแม่น้ำโคลัมเบีย และสนามบินนี้มีปลายทางไปทั่วโลกและภายในประเทศ เช่น เอเชีย ยุโรป และมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการที่สนามบินพอร์ตแลนด์กว่า 18.3 ล้านคน ให้บริการเที่ยวบินกว่า 227,000 เที่ยว

และมีความสะดวกสบายในการเดินทาง โดยมีรถต่างๆค่อยให้บริการไม่ว่าจะเป็น รถแท็กซี่ รถโดยสาร รถเช่า รถจักรยานยนต์ และยังมีร้านอาหารที่น่าสนใจอยุ่เยอะมาก


สนามบิน Minneapolis–St. Paul International Airport
สนามบิน Minneapolis–St. Paul International Airport

5.สนามบิน Minneapolis–St. Paul International Airport  ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองมินนีแอโพลิสและตัวเมืองเซนต์พอลราว 16 กิโลเมตร เป็นสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในแถบอัปเปอร์ มิดเวสต์ สนามบินนี้เป็นสนามบินสาธารณะร่วมกับทหาร ในปี ค.ศ. 2014 มีผู้โดยสารเดินทางถึง 35 ล้านคน สนามบินซึ่งมีทางขึ้นลงของเครื่องบินสี่ทางและอาคารผู้โดยสารสองหลังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบินของสายการบินเดลตาแอร์ไลน์ส และซันคันทรีย์แอร์ไลน์ส ผู้โดยสารสามารถใช้บริการ 14 สายการบิน บินตรงไปยังจุดหมายในสหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก อเมริกากลาง แคริบเบียน และยุโรป และมีความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังที่ต่างๆในประเทศ

และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างเยอะมาก เช่น ล็อคเกอร์รับฝากกรเป๋า ตู้ ATM ที่แลกเปลี่ยนเงิน อินเตอร์เน็ต wifi และจุดชาร์ทบาตในสถานที่ต่างๆ และ ร้านอาหารอร่อยๆที่มีจำนวนมาก


หน้าแรก

สนามบินประเทศญี่ปุ่น